ติดโซลาร์เซลล์บ้านพักอาศัย เลือกขนาดกี่ kW ดี? คู่มือเลือกแพ็กเกจลดค่าไฟอย่างยั่งยืน

หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังวางแผนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) คือ "บ้านเราควรติดโซลาร์เซลล์ขนาดกี่ kW ถึงจะคุ้มค่าที่สุด?" เนื่องจากการเลือกระบบที่ขนาดเล็กเกินไปอาจช่วยลดค่าไฟได้ไม่เต็มที่ ในขณะที่การติดตั้งระบบขนาดใหญ่เกินความจำเป็นก็อาจทำให้ระยะเวลาคืนทุนยาวนานขึ้นโดยไม่จำเป็น
หลักการเลือกขนาด Solar Rooftop ให้เหมาะสมกับบ้านพักอาศัย
บริษัท ไมโครกริด เทคโนโลยี จำกัด มีแนวทางในการประเมินและออกแบบระบบวิศวกรรมให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของบ้านแต่ละหลัง โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้:
- พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน: ระบบ On-Grid มาตรฐานจะเริ่มผลิตไฟฟ้าเมื่อมีแสงแดดและจ่ายกระแสไฟเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทันที ความคุ้มค่าจึงเกิดขึ้นเมื่อมีการเปิดแอร์หรือใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันเป็นประจำ
- ปริมาณการใช้ไฟและบิลค่าไฟฟ้ารายเดือน: ขนาดติดตั้งที่เหมาะสมควรคำนวณให้ผลิตไฟฟ้าได้ใกล้เคียงกับปริมาณการใช้งานในเวลากลางวัน เพื่อให้เกิดการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ได้คุ้มค่าที่สุด
- ทิศทางและโครงสร้างหลังคา: มุมองศาการรับแดด และการตรวจสอบเฉดเงาบังต้นไม้หรืออาคารข้างเคียงในแต่ละช่วงเวลา เพื่อวางตำแหน่งแผงโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- ระบบไฟฟ้าเดิมของตัวบ้าน: ตรวจสอบว่าระบบไฟของบ้านเป็นแบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส เพื่อเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ที่ถูกต้องตรงตามมาตรฐานการไฟฟ้า
เทียบชัดๆ แพ็กเกจมาตรฐาน Green Roof Package เหมาะกับบ้านแบบไหน?
เพื่อความสะดวกในการเลือกใช้งาน Microgrid Technology ได้ออกแบบระบบมาตรฐาน Green Roof Package ที่เหมาะกับบ้านพักอาศัยขนาดต่างๆ ดังนี้:

1. Green Roof Package ขนาด 5 kWp (ระบบไฟฟ้า 1 เฟส และ 3 เฟส)
เหมาะสำหรับ: บ้านพักอาศัยขนาดกลางที่มีบิลค่าไฟประมาณ 3,000 6,000 บาทต่อเดือน
- มีผู้อยู่อาศัยหรือทำงานที่บ้าน (Work From Home) ในเวลากลางวัน
- มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ 12 เครื่อง พร้อมตู้เย็น อุปกรณ์ไอที และระบบแสงสว่างในตอนกลางวัน
- สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งสำหรับบ้านระบบไฟ 1 เฟส (Single Phase) และระบบไฟ 3 เฟส (Three Phase)

2. Green Roof Package ขนาด 10 kWp (ระบบไฟฟ้า 3 เฟส)
เหมาะสำหรับ: บ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ โฮมออฟฟิศ หรือครอบครัวใหญ่ที่มีบิลค่าไฟ 7,000 15,000+ บาทต่อเดือน
- มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากในเวลากลางวัน เปิดเครื่องปรับอากาศพร้อมกันหลายตัว
- รองรับบ้านที่มีการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่ต้องการชาร์จไฟช่วงกลางวัน
- เป็นระบบไฟฟ้า 3 เฟส ช่วยกระจายโหลดไฟฟ้าอย่างสมดุลและปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม
หากบ้านใช้ไฟฟ้าในเวลากลางคืนเป็นหลัก ควรเลือกแบบใด?
สำหรับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าในช่วงค่ำหรือกลางคืนเป็นหลัก การติดตั้งระบบ On-Grid ทั่วไปอาจไม่ครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น ทางเลือกที่เหมาะสมคือการเสริมระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) โดยเปลี่ยนเป็น ระบบ Solar Hybrid เพื่อเก็บไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ในตอนกลางวันไว้ในแบตเตอรี่ แล้วนำมาจ่ายกระแสไฟใช้งานในตอนกลางคืน รวมถึงทำหน้าที่เป็นระบบไฟสำรอง (Backup Power) จ่ายไฟให้อุปกรณ์สำคัญในเวลาไฟดับได้อีกด้วย

สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการขายไฟคืน
การติดตั้งโซลาร์เซลล์กับ Microgrid Technology นอกจากจะช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างเห็นผลแล้ว ยังได้รับความคุ้มค่ารอบด้าน:
- เปิดบิล E-Tax Invoice: สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการนโยบายภาครัฐได้
- โครงการโซลาร์ภาคประชาชน: กรณีที่ระบบผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าปริมาณการใช้ในบางช่วงเวลา สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด
ประเมินขนาดและรับใบเสนอราคาฟรี 4 ขั้นตอน

- ส่งภาพถ่ายบิลค่าไฟฟ้าย้อนหลัง เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ไฟ
- ส่งภาพถ่ายหลังคาบ้าน เพื่อตรวจสอบพื้นที่ติดตั้งและทิศทางแสง
- นัดหมายทีมวิศวกรเข้าสำรวจโครงสร้างหน้างานจริง
- รับใบเสนอราคาพร้อมรายงานการคำนวณกำลังผลิตและความคุ้มค่า
ปรึกษาการออกแบบระบบโซลาร์รูฟสำหรับบ้านพักอาศัยได้ที่ บริษัท ไมโครกริด เทคโนโลยี จำกัด (Microgrid Technology Co., Ltd.) ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลแบบครบวงจร (Turnkey Service) ตั้งแต่ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการดำเนินการยื่นขออนุญาตขนานไฟกับการไฟฟ้าทุกขั้นตอน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการ Solar Rooftop สำหรับบ้านพักอาศัย


